head-obj-rb1-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 4:20 PM
head-obj-rb1-min
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ความเชื่อเรื่องการโพกศรีษะของศาสนาซิกข์ 

ความเชื่อเรื่องการโพกศรีษะของศาสนาซิกข์ 

อัพเดทวันที่ 7 ธันวาคม 2020

 

ความเชื่อเรื่องการโพกศรีษะของศาสนาซิกข์โพกศรีษะ

โพกศรีษะ อย่างที่รู้กันว่าในโลกนี้มีความหลากหลายของผู้คนและ ศาสนา วันนี้จะขออธิบายถึงเหตุผลของคนที่นับถือศาสนาซิกข์

ซึ่งการใช้ผ้าโพกศรีษะถือเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน

 

เป็นความเก่าแก่ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเรียกว่ายาวนานมากกว่าพันปี

ในตอนแรกไม่ได้เกิดขึ้นมาจากศาสนาซิกข์ การโพกศรีษะยังมีความหมายถึงการมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีด้วย

 

ถ้าสังเกตจากประเทศอินเดียจะเห็นว่ากษัตริย์ของอินเดียจะมีการสวมผ้าหรือโพกผ้าที่ศรีษะ

รวมถึงพวกพราหมณ์หรือฤาษีด้วย ในด้านของชาวตะวันออกกลางหรือแอฟริกาก็มีการใช้ผ้าโพกศรีษะเช่นเดียวกัน

 

ถ้ามองไปถึงในไบเบิลก็มีการพูดถึงการโพกศรีษะ

แต่บางส่วนก็มีการใช้ผ้าโพกศรีษะเพื่อเป็นเครื่องแต่งกายเพิ่มความสวยงามตามแฟชั่นก็มี  

 

การโพกศรีษะของชาวซิกข์ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้

และในทางศาสนานั้นมีความเชื่อว่าการใช้ผ้าโพกศรีษะเป็นการแสดงว่าคนผู้นั้นได้มอบจิตใจและจิตวิญญาณให้แก่ศาสดาของตน

 

เป็นการบ่งบอกถึงการยอมรับวิธีการใช้ชีวิตและการยอมเป็นสาวกรับใช้ศาสดา

ละทิ้งสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตและพร้อมจะดำเนินชีวิตอยู่ในส่วนของคำสอน

 

เรียกว่าเป็นการมอบชีวิตนี้ให้พระเจ้าหรือพระศาสดาได้ดูแลยึดในหลักธรรมคำสอนอย่างอ่อนน้อม

ดังนั้นการโพกศรีษะถือเป็นการเตือนสติชาวซิกข์อีกด้วยว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อ

 

คำสอนของพระเจ้าไม่ว่าจะทำอะไรในการดำเนินชีวิตต้องนึกถึงพระเจ้าหรือศาสดา

เพื่อรักษาความดีงามไม่ทำอะไรที่ให้เสื่อมเสียเกียรติหรือผิดคำสอนของศาสดา

 

เป็นหลักยึดเหนี่ยวด้วยใจที่กล้าหาญ ยึดถือในความถูกต้องเป็นที่หนึ่ง 

 

การโพกศรีษะนั้นต้องคลุมผมให้เรียบร้อยไม่หลุดรอดออกมา

ถือเป็นรูปลักษณ์ของมนุษย์ตามธรรมชาติที่เชื่อว่าพระเจ้าได้สร้างขึ้นมาให้ถือเป็นความสมบูรณ์ครบถ้วนของมนุษย์

 

อย่างที่บอกว่าการโพกศรีษะเป็นการเตือนสติให้ชาวซิกข์ปฏิบัติและยึดถือในคุณธรรม และเป็นการกระตุ้นย้ำเตือนว่า

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามพระเจ้าจะอยู่ข้างข้างไม่ไปไหน และในเวลาที่เข้าวัดหรือปฏิบัติตนต่างๆ

 

ชาวซิกข์จะจริงจังกับการโพกศรีษะเป็นอย่างมากเพราะมีความเชื่อว่าการเข้าวัดนั้นเปรียบเหมือนเป็นการเข้าพบกับพระเจ้า

ไม่เว้นแม้แต่เวลาที่ทำการสวดมนต์เพราะถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อพระผู้เป็นเจ้า

 

เพื่อเตือนสติตัวเองอยู่ทุกลมหายใจไม่ให้หลงหรือมีความคิดไปในทางที่ผิด 

 

ในศาสนาซิกข์ยังมีการให้ความเท่าเทียมของเพศชายและเพศหญิงด้วยดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็มีการคลุมศรีษะเหมือนกัน

เพราะถือเป็นการแสดงออกว่ามีความเท่าเทียมกัน

 

และมีความเชื่อว่าการโพกศรีษะเป็นสิ่งมงคลสามารถเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้าได้อย่างเท่าเทียมกัน

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามไม่มีการแบ่งเพศใดใด พระเจ้าเป็นของทุกคนเพียงแค่มีจิตใจที่บริสุทธิ์เพื่อจะได้เข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า

 

รับรู้ถึงความรักและเมตตาที่พระเจ้าได้มีให้เรียกได้ว่ามีความศรัทธาอย่างแท้จริงในจิตใจ

ไม่ควรบอกให้ชาวซิกข์ถอดผ้าโพกศรีษะออกเนื่องจากจะกลายเป็นการหยามในเกียรติของเขา 

 

ในวัดของศาสนาซิกข์จะมีการทำพิธีโพกศรีษะโดยการจัดพิธีเหล่านี้จัดขึ้นโดยมมาชิกในครอบครัวที่จัดขึ้นให้กับเด็กที่มีอายุในช่วงเก้าถึงสิบสามขวบ

เพื่อยืนยันว่าเด็กเด็กเหล่านั้นมีความพร้อมที่จะปฏิบัติตนอยู่ในสายธรรม

 

โดยมีครอบครัวอยู่ข้างข้างและแสดงถึงความรับผิดชอบของเด็กเด็กว่าจะทำตัวให้ดีไม่ดำเนินชีวิตไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร 

 

การโพกศรีษะนั้นสามารถโพกได้หลากหลายรูปแบบและสามารถใช้ผ้าที่มีความหลากหลายของสีสัน

แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของบุคคลนั้น มีขนาดที่แตกต่างกันตามวิธีของการพันผ้าที่ศรีษะ

 

มีการโพกศรีษะแบบทรงกลม ซึ่งศาสดาทั้งหลายนิยมโพกศรีษะทรงนี้ การโพกแบบที่มีแหวกตรงกลางเกิดขึ้นทีหลัง

ในเรื่องของนิกายต่างต่างในศาสนาซิกข์นั้น มีหลายนิกายและซึ่งจะมีการโพกผ้าเช่นเดียวกัน ในนิกายของอมฤต

 

ธารีจะมีการใช้ผ้าโพกศรีษะที่หลากหลายสีและมีความแตกต่างของรูปทรงที่โพกผ้า

แต่ถ้าเป็นการโพกด้วยผ้าสีขาวและเป็นรูปทรงที่มีความเฉพาะจะเป็นการโพกของนิกายนาม ธารี

 

และในช่วงที่ยังมีสงครามอยู่ผ้าที่โพกบนศรีษะนั้นยังเป็นที่ที่เอาไว้เก็บและพกพาอาวุธอีกด้วย 

 

ชาวซิกข์จะมีการมัดผมเด็กเด็กม้วนเอาไว้ด้วยผ้าที่ไม่ใหญ่นักคล้ายกับผ้าคลุมเล็กเล็กที่จะสังเกตเห็นผมที่มัดเป็นจุกอยู่ด้านบน

แต่อายุเพิ่มมากขึ้นก็จะเปลี่ยนมาเป็นการโพกผ้าแบบตามปกติ หรือถ้าใครชอบแบบการมั้วนผมก็ยังสามารถทำได้ไม่มีข้อห้าม 

 

ผ้าที่ชาวซิกข์นำมาโพกศรีษะนั้นสามารถมีลวดลายได้ไม่มีข้อจำกัดรวมถึงสีของผ้าที่นำมาโพกด้วยสิ่งเหล่านี้

สามารถเลือกได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ไม่มีกำหนดว่าจะต้องเป็นผ้าประเภทไหนหรือสีอะไร

 

รวมถึงความหนาของผ้าด้วย ในส่วนของความยาวและความกว้างก็แล้วแต่ว่าความถนัดของคนนั้นนั้น

ว่าชอบแบบสั้นหรือยาวหรือจะใช้ผ้าสองชิ้นโพกเข้าด้วยกันก็ได้ ความยาวส่วนมากจะอยู่ที่สองถึงห้าเมตรแล้วแต่จะเลือก

 

ส่วนเรื่องความสวยในการโพกก็อยู่ที่ความสามารถของบุคคลแต่ควรโพกให้เรียบร้อยไม่หลุดลุ่ย

เรียกว่าตามความสามารถและความชำนาญบางคนใช้เวลาไม่นานก็สามารถโพกผ้าออกมาได้สวยงาม

 

แต่บางคนอาจต้องใช้เวลากว่าจะออกมาเรียบร้อย แต่ไม่ควรโพกศรีษะแน่นจนเกินไป

แต่สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกฝนได้ นอกจากการเลือกสีผ้าและลวดลายได้ตามความต้องการแล้วยังสามารถเลือกให้เข้ากับชุดยูนิฟอร์มอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะด้วยความเชื่อของศาสนาใดก็ตามก็จะมีคำสอนให้อยู่ในความดีมีความถูกต้องอยู่แล้ว

ทุกทุกศาสนาที่มีความแตกต่างแต่สุดท้ายแล้วคำสอนก็เป็นสิ่งที่อยู่ในคุณธรรมและความศรัทธาของผู้ที่นับถือ

 

การที่เรามีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจก็ทำให้ไม่มีความเคว้งคว้างและช่วยทำให้จิตใจมุ่งอยู่ในสิ่งที่เป็นความดีและรู้จักดำเนินชีวิตอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีสติ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)