head-obj-rb1-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 5:37 PM
head-obj-rb1-min
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ล้อเล่นจนเจอดีที่เขาคิชกุฏ

ล้อเล่นจนเจอดีที่เขาคิชกุฏ

อัพเดทวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020

ล้อเล่นจนเจอดีที่เขาคิชกุฏ

ประสบการณ์ล้อเล่น

ประสบการณ์ล้อเล่น จนเจอดีที่เขาคิชกุฏนี้เกิดขึ้นตอนที่เราเรียนอยู่ช่วงมหาวิทยาลัยค่ะ ตอนนั้นเราอยู่ปี 3 เป็นช่วงที่เราเข้าไปทำงานกับคณะเหมือนเป็นกรรมการนักศึกษาประจำคณะอะค่ะ แล้วรุ่นพี่ปีก่อนซึ่งตอนนี้ต้องขึ้นปี 4 เลยจัดกิจกรรมเหมือนเป็นการส่งต่องานมาให้รุ่นเรา ตอนนั้นตัดสินใจไปที่เขาคิชกุฏ จังหวัดจันทบุรีค่ะ มีคนร่วมเดินทางไปกันประมาณ เกือบ 30 คนได้ เราไปด้วยรถบัส 1 คันค่ะ มีอาจารย์ประจำคณะไปด้วยประมาณ 3-4 คน

ตอนออกเดินทางก็รวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยผู้ร่วมเดินทางจะมีรุ่นน้องปี 2 ที่ต้องมาร่วมทำงานในคณะเรา รุ่นเราคือปี 3 แล้วก็รุ่นพี่ปี 4 ค่ะ ระหว่างเดินทางก็ร้องเพลง เปิดเพลงบนรถตามสไตล์เสียงดังสนุกสนานกันไป จำได้ว่าช่วงเข้าตัวจังหวัดจันทบุรีเป็นช่วงเย็นนิดนึงแล้วค่ะ เพราะเราออกเดินทางกันค่อนข้างสาย พอเข้าตัวเมืองจันทบุรี รถบัสก็มุ่งหน้าไปทางเขาคิชกุฏเลยค่ะ แล้วอยู่ดีๆ ระหว่างทางก็เหมือนรถบัสขับชนอะไรสักอย่างคือรู้สึกกันหมดทั้งคันรถค่ะ ขนาดรถบัสยังหยุดจอดดูเลย เราที่นั่งอยู่โซนด้านหลังรีบหันไปดูตรงท้ายรถมามีอะไรมั้ย

เราเห็นเหมือนก้อนดำ คล้ายถึงดำขนาดใหญ่แว๊บนึงค่ะ เรากำลังจะร้องออกมาก็มีรุ่นพี่คนนึงเรียกเราแล้วบอกไม่ต้องทักอะไรทั้งนั้น เราเลยเงียบพร้อมกับหันไปทางท้ายรถอีกครั้งแต่ถุงดำขนาดใหญ่ที่เราเห็นตอนแรกหายไปละค่ะ คนขับรถลงจากรถมาดูรอบๆ ก็ไม่เห็นอะไรเลย พวกเราก็เลยขับรถต่อไปจนถึงเขาคิชกุฏค่ะ

กลุ่มของเราพักกันที่เต็นท์ค่ะ เจ้าหน้าที่กางเต้นไว้ให้ริมน้ำ เป็นเหมือนบึงกว้างๆอะค่ะ ส่วนอาจารย์ไปนอนที่บ้านพักก็จะอยู่ห่างจากจุดที่เรากางเต็นท์พอสมควร เท่ากับว่าตอนนี้ตรงจุดที่กางเต็นท์จะมีแค่เด็กๆละค่ะ พอกินข้าวกินปลากันเสร็จเจ้าหน้าที่ก็เดินมาบอกว่าวันนี้ไม่มีผู้อื่นเข้าพักพอจะเสียงดังได้บ้างแต่ก็อย่ามากนะ พวกเราก็ตบปากรับคำเจ้าหน้าที่ไป

พอกินข้าวกันเสร็จรุ่นพี่ปี 4 ก็เรียกให้น้องๆ ทั้งปี 3 และ ปี 2 ไปนั่งรวมเป็นวงกลมค่ะ แต่พวกเราไม่ได้จุดกองไฟอะไรนะคะแค่นั่งล้อมกันเป็นวงกลม แล้วรุ่นพี่ปี 4 ประมาณ 4 คนก็เรียก พวกรุ่นน้องแบบเราแต่ออกไป 4 คน ปี 2 สองคน ปี 3 สองคน เงียบหายกันไปสักพักพวกรุ่นน้องก็กลับมา

เราเองไม่ได้โดนเรียกออกไปค่ะ เรานั่งอยู่ในวงที่เดิม พอเพื่อนเราเดินกลับมาครบก็เจอว่ารอบดวงตาของรุ่นน้องและเพื่อนเราที่ถูกเรียกออกไปมีวงกลมรอบๆ เป็นสีดำๆ เราถามเพื่อนและคนที่นั่งอยู่ในวงต่างก็ถามไถ่คนที่ลุกออกไปว่า ไปโดนอะไรมาทำไมตาเลอะเทอะแบบนั้น แล้วคนที่ถูกเรียกออกไปก็บอกว่ารุ่นพี่ให้ไปส่องเจ้ากุมาร คือโดนแกล้งให้เอาแก้วที่ถูกรนไฟแช็กจนเป็นเขม่าดำๆ มาแนบตาแล้วมีรุ่นพี่อีกคนแกล้งนุ่งโจงกระเบนถอดเสื้อไปยืนแกล้งทำเป็นกุมารให้น้องๆส่อง

พอเดินกลับมากันครบก็เฉลยกันต่างคนต่างหัวเราะกันสนุกสนาน อยู่ดี ๆ เราก็ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะมาจากทางภูเขาที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเราค่ะ หัวเราะเหมือนมาขำด้วยกับการเล่นสนุกของพวกเรา ตอนนั้นพอเราได้ยินครั้งแรกเราไม่กล้าทักเพราะนึกถึงคำพูดของรุ่นพี่คนที่เรียกเราบนรถและบอกว่าห้ามทักอะไรทั้งนั้น เราเลยได้แต่เงียบแล้วมือเราคือยื่นไปจิกขาเพื่อนที่นั่งข้างๆเราอยู่ค่ะ เราไม่กล้าพูดอะไรออกมาแต่ในใจก็คิดไปว่าเราหูฟาดรึเปล่า แล้วก็คิดว่าถ้าเสียงนี้มาจากภูเขาจริงๆให้เราได้ยินอีกครั้งได้มั้ย แล้วก็จริงค่ะ เสียงหัวเราะดังมาอีกครั้งเราไม่รู้ว่าคนอื่นได้ยินมั้ยแต่ที่แน่ๆ

ประสบการณ์ล้อเล่น รุ่นน้องเราที่นั่งหันหน้าฝั่งตรงข้ามกับเราได้ยินแน่นอนเพราะพอเสียงหัวเราะรอบสองดังขึ้นมาน้องที่นั่งตรงข้ามกับเราทำหน้าตกใจมาก แล้วก็มองมาที่เราเหมือนจะถามว่าได้ยินมั้ย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเราพยักหน้าเป็นการบอกว่าเราก็ได้ยินเหมือนกัน เราจิกขาเพื่อนข้างๆจนเพื่อนถามว่าเป็นอะไร พอเราได้สติก็เลยรีบปล่อยมือออกแล้วไม่พูดอะไรเลย

หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็นั่งคุยกันอีกนิดหน่อยแล้วแยกย้ายกันไปนอนแต่ละเต็นท์แยกผู้ชายผู้หญิง อยู่ดี ๆ รุ่นน้องที่นั่งตรงข้ามกับเราแล้วก็เพื่อนของน้องอีกหนึ่งคนก็มาเรียกที่เต็นท์เราบอกว่าขอนอนด้วยเพราะที่เต็นท์ของรุ่นพี่ผู้ชายมีเสียงเหมือนอะไรไม่รู้เคลื่อนย้ายอยู่รอบ ๆ เต็นท์เลย ตอนแรกนึกว่าเป็นงูแต่พอออกมาก็ไม่เจออะไร

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากกินอาหารเช้ากันแล้วพวกเราก็ไปเดินขึ้นน้ำตกซึ่งตรงทางขึ้นจะมีศาลเพียงตาเล็กๆ พวกเรายกมือไหว้แล้วพี่คนที่เป็นหัวหน้าคณะก็พูดขึ้นมาว่าขออภัยด้วยถ้าเมื่อคืนทำอะไรผิดไปถ้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้ไม่รุนแรงด้วยเถอะ เราสะดุดกับคำพูดของพี่เขามากค่ะ แสดงว่าเมื่อคืนพี่เขาก็อาจจะได้ยินเหมือนกับเราแน่แค่ไม่มีใครพูดหรือทักขึ้นมา แล้วก็มีรุ่นน้องปี 2 ออกจะทอมๆหน่อย

เดินมาไหว้ศาลแต่ไหว้เหมือนไม่ตั้งใจอะไร เหมือนยกมือขึ้นประกบกันส่งๆ แล้วก็เดินไปจนรุ่นพี่ยังเตือนว่าไหว้ให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไงรุ่นน้องคนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรค่ะ เดินขึ้นน้ำตกตามๆกันไป พวกเราเล่นน้ำตกกันไปเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ รุ่นน้องที่ไหว้ส่งๆก็ปีนขึ้นไปยืนบนหินที่อยู่บนสุดเหมือนจะกระโดลงมา พวกเราเงยหน้ามองแล้วบอกให้ระวังปรากฏว่าจังหวะที่น้องคนนั้นตกลงมาเราเห็นผู้ชายใส่โจงกระเบนสีแดงไม่ใส่เสื้อถีบน้องลงมาค่ะ

น้องตกลงมาตรงช่องหินพอดีแต่โชคดีที่มีน้ำอยู่ในช่องนั้นช่วยลดแรงปะทะได้เรียกว่าถ้าไม่มีน้ำก็ตกลงมาโดนหินเต็มๆเลยค่ะ หลังจากนั้นก็วิ่งกันวุ่นช่วยกันหามน้องลงมาจากชั้นบนรีบส่งโรงพยาบาล เอาเป็นว่าไม่ถึงกับเลือดตกยางออกแต่ก็ขาเดี้ยงไปเป็นเดือนค่ะ สิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริงนะคะ ยิ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ควรสำรวมและให้เกียรติสถานที่ค่ะ

เขียนโดย ณิชชกา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)