head-obj-rb1-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 4:24 PM
head-obj-rb1-min
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ถ้าโลกนี้ไม่มีดวงจันทร์ 

ถ้าโลกนี้ไม่มีดวงจันทร์ 

อัพเดทวันที่ 24 พฤศจิกายน 2020

ถ้าโลกนี้ไม่มีดวงจันทร์ 

ดวงจันทร์

ดวงจันทร์ มีสิ่งหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นมาไล่เลี่ยกับโลกของเรา คือ ดวงจันทร์ หากจะเปรียบกับมนุษย์ก็ราวกับเป็น น้องของโลก นั่นเอง

ดวงจันทร์เป็นดาวบริวารของโลก หมายถึง เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีวงโคจรอยู่รอบโลก

ดวงจันทร์จะมีวงโคจรรอบโลกจนครบได้ต่อเมื่อใช้เวลา 27 วันกับอีก 7-8 ชั่วโมง

เป็นสาเหตุที่ทำให้เราเห็นพระจันทร์ในแต่ละวันแตกต่างกัน

ตั้งแต่คืนที่มืดไม่มีดวงจันทร์ จนกระทั่งดวงจันทร์ค่อยๆสว่างจนเต็มดวงและค่อยๆมืดลงจนเป็นคืนที่ไม่มีดวงจันทร์

และหน้าตาของดวงจันทร์จะเป็นเช่นนี้วนเวียนไปเรื่อย ๆ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าข้างขึ้นข้างแรม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 วัน

เนื่องจากดวงจันทร์และโลกอยู่ด้วยกันมานานหลายร้อยล้านปี จนมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างหาอะไรแทนไม่ได้

ในบทความนี้ผู้เขียนจะชักชวนในผู้อ่านมาร่วมคาดเดากันว่า หากโลกของเราไม่มีดวงจันทร์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง สำหรับสมมุติฐานของผู้เขียน มีดังนี้

  1. ไม่มีเทศกาลไหว้พระจันทร์ 

ประเพณีการไหว้พระจันทร์ของชาวจีน หรือเทศกาลชมพระจันทร์ของญี่ปุ่น จัดขึ้นในวันเพ็ญหรือขึ้น15 ค่ำ เดือน 8 ตามจันทรคติ

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศทั้งสองเก็บเกี่ยวผลผลิตจากฤดูใบไม้ร่วงเสร็จเรียบร้อย จึงจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองขึ้นเพื่อการนี้

จีนจะทำโดยการไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ และของอย่างอื่น ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่นจะชมจันทร์พร้อมกินโมจิสีเหลืองที่หมายถึงดวงจันทร์ไปด้วย

แต่เทศกาลทั้งสองคงจะไม่มีอีกแล้ว แม้เรายังคงสามารถคำนวณเวลาตามจันทคติโดยใช้การคาดคะเนวันได้โดยพิจารณาจากลักษณะของดวงจันทร์เป็นหลักแล้วก็ตาม

แต่อย่างไรก็ดี เทศกาลทั้งสองนั้นต้องการพระจันทร์เป็นองค์ประกอบสำหรับการจัดงานนั้นขึ้นมา

เราจะไหว้พระจันทร์ได้อย่างไรหากมันหายไป แล้วเราจะชมความสวยงามของพระจันทร์เต็มดวงได้อย่างไรหากไร้ซึ่งแสงจันทร์แล้ว

2.ค่ำคืนคงไร้ความสวยงามของดวงจันทร์

ในเวลากลางคืนเรามักจะเห็นดวงจันทร์ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า เมื่อดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างดวงจันทร์ได้หายไป

ถ้าจะให้เห็นภาพก็ลองนึกถึงคืนแรม 15 ค่ำจะเป็นเช่นนั้นเลย

แต่การที่กลางคืนไม่มีดวงจันทร์ไม่ใช่แค่เราจะอดมองพระจันทร์เท่านั้น เหล่าสัตว์ป่า แมลง

หรือสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยแสงของดวงจันทร์ในการใช้ชีวิตจะได้รับผลกระทบไปด้วย

แม้ช่วงแรกอาจจะกระทบการใช้ชีวิตของพวกมัน จนอาจทำให้เกิดความวุ่นวายได้

แต่ผู้เขียนเชื่อว่าไม่นานเหล่าสัตว์จะปรับตัวได้และอาจเกิดการกลายพันธุ์หรือพฤติกรรมแปลกๆที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

3.ไม่มีน้ำขึ้นน้ำลง

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องแรงดึงดูดของพระจันทร์ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง

เคยสงสัยหรือไม่ครับว่าถ้าไม่มีปรากฎการณ์นี้จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกบ้าง?

ก่อนอื่นทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าโลกของเราหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ลองจิตนาการถึงของกลมๆอย่างหนึ่ง จากนั้นก็หยดน้ำลงบนวัตถุกลมๆนั้น แล้วลองหมุนช้าๆ ถามว่าทุกคนเห็นหยดน้ำที่เราหยดไว้ตอนแรกไหลไปเรื่อย ๆ

ตามผิวทรงกลมใช่ไหมครับ? โลกของเราก็แบบนั้น หากขาดแรงดึงดูดของดวงจันทร์น้ำจะไหลไปตามแรงเหวี่ยงของโลก

แต่ถ้ายังมีแรงดึงดูดจะเป็นน้ำบนลูกกลมๆที่ต่อให้หมุนยังไง หยดน้ำจะยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไหลไปตามแรงหมุน

ดังนั้นแล้วเมื่อโลกของเราขาดแรงดึงดูดของดวงจันทร์ จะก่อให้เกิดสึนามิขึ้นได้ตลอดเวลา

เรียกได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติที่อันตรายมาก

4.โลกของเราจะขาดสมดุลไป

สมดุลที่ว่านี้หากให้อธิบายง่ายๆ คือการเคลื่อนที่ของโลกจะเปลี่ยนแปลงไป

ให้ทุกคนลองจิตนาการว่าคุณมีคทาที่ปลายมีลูกตุ้มอยู่ทั้งสองข้าง ไม่จำเป็นต้องหนักเท่ากันก็ได้นะครับ

จากนั้นลองควงมันดู ทุกคนคงนึกภาพออกนะครับว่าท่าทางการควงของมันจะเป็นแบบไหน

จากนั้นให้เราเอาลูกตุ่มด้านหนึ่งออกแล้วลองควงใหม่ดูครับ ผู้เขียนมั่นใจได้ว่าการควงครั้งนี้คงยากขึ้น และถ้าควงได้จริง

ลักษณะการหมุนก็ต่างจากแบบแรกแน่นอน นี่แหละคือตัวอย่างภาพความสมดุลของโลกที่จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อขาดดวงจันทร์

แม้โลกของเรากับดวงจันทร์จะไม่มีอะไรเชื่อมโยงติดกันอย่างเห็นได้โดยตาเปล่าเหมือนด้านจับของคทากับลูกตุ้ม

แต่ทั้งสองมีแรงที่ดึงดูดกันและกันอยู่ตลอดเวลา จนเกิดเป็นวงโคจรลักษณะอย่างในปัจจุบัน กล่าวได้ว่าการที่โลกเรายังคงหมุนรอบตัวเอง

และหมุนตามวงโคจรของดวงอาทิตย์ได้อยู่เพราะมีดวงจันทร์ ซึ่งหากขาดดวงจันทร์ไป ก็เสมือนเราหมุนคทาที่มีลูกตุ้มอันเดียว

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็คงหมุนคทาไม่ได้ดังเดิมแล้วใช่ไหมล่ะครับ?

หากขาดดวงจันทร์ไปก็เหมือนขาดตัวที่ช่วยรักษาความเร็วระดับการหมุนของโลกไม่ให้ช้าไปหรือเร็วไป

ซึ่งอาจส่งผลถึงการเอียงของโลกด้วย อาจทำให้สภาพอากาศและฤดูกาลไม่เป็นไปตามที่ควร

บางทีอุณภูมิของโลกอาจร้อนขึ้นเพราะโลกเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น หรืออาจหนาวเย็นลงเพราะห่างจากดวงอาทิตย์มากไป 

และถ้าเราลงลึกถึงการเปลี่ยนแปลงใต้เปลือกโลกจะพบว่า

หินหลอมเหลวได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่ทำให้หินหลอมเหลวยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้เปลือกโลกได้

ซึ่งหินหลอมเหลวมีความสำคัญต่อโลกในการสร้างความอบอุ่นให้โลกไม่เป็นยุคน้ำแข็ง และการเคลื่อนที่นั้นก่อให้เกิดพลังงานแม่เหล็กของโลก

ที่เรานำไปใช้ประโยชน์ในการหาทิศทางอย่างเข็มทิศ รวมทั้งสัตว์บางชนิดต้องใช้แรงแม่เหล็กของโลกในการดำรงชีวิต

แม้ ณ เวลานี้และอีกยาวนานถึงพันปียังไม่มีท่าทีว่าดวงจันทร์กำลังหายไปจากโลก หรือถูกทำลายใด ๆ

ดีไม่ดีโลกของเราอาจดับก่อนดวงจันทร์เสียด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เป็นเรื่องอีกหลายล้านปี อย่างไรก็ดี

เราได้เห็นแล้วว่าแม้แต่โลกก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต่างต้องอาศัยพึ่งพาอาศัยดาวดวงอื่น

และถึงดวงจันทร์จะไม่ได้อยู่บนโลกมันก็ยังคงมีประโยชน์ต่อชีวิตของเราไม่น้อย วันไหนที่เราเห็นดวงจันทร์อาจรู้สึกชอบมันมากขึ้นแล้วก็ได้

เพราะเราได้รู้แล้วว่านอกจากความสวยงาม ดวงจันทร์มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)
โรงเรียน อบจ.รบ.๑ (วัดห้วยปลาดุก อนันตกูลอุปถัมภ์)